แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - 99.

หน้า: 1 [2] 3 4 5
16
เด็ก 2 คนติดคุกด้วยข้อหาเสพยาบ้าในโรงเรียน ในวันพิจารณาโทษศาลวินิจฉัยว่าเด็กทั้งสองนั้นยังเด็กอยู่มาก และเพิ่งกระทำผิดป็นครั้งแรก แถมยังหน้าตาดี
“ศาลขอสั่งให้เธอทั้ง สองไปทำความดีในวันหยุดนี้เป็นการไถ่โทษ เนื่องจากศาลเห็นว่าเธอทั้ง 2 น่าจะมีอนาคตที่ดี ศาลขอสั่งให้เธอไปชักชวนคนที่ติดยาบ้าจงเลิกเสพเลิกขายไปตลอดชีวิต ได้ความว่าอย่างไร ให้กลับมารายงานตัวในวันจันทร์นี้ด้วย”
…..ในวันจันทร์
“ตกลงว่าเธอทั้งสองได้ไปทำอะไรบ้างตามคำสั่งศาล เอ้า จำเลยคนแรกมารายงานต่อศาล”
“เอ่อ..กระผมได้ไปเกลี้ยกล่อมคนติดยาบ้า 15 คนไห้เลิกเสพตลอดชีวิตเลยครับใต้เท้า”
“โอ้..amazing มาก แล้วเธอทำอย่างไรล่ะ เล่าให้ศาลฟังซิ”
” กระผมใช้แผนภาพครับผม” แล้วก็วาดวงกลมสองวง ใหญ่วง และวงเล็กๆอีก 1 วง (ชี้ไปที่วงกลมใหญ่ก่อน) “กระผมบอกว่า นี่เป็นขนาดสมองของพวกคุณก่อนเสพยาบ้า และนี่เป็นขนาดสมองของคุณหลังจากที่เสพยาบ้าแล้ว”
(ศาลตบมือด้วยความชื่นชม) “ดีมาก เอ้าแล้วจำเลยคนที่สองล่ะ เธอไปทำอะไรมาบ้างล่ะ”
“เอ่อ กระผมได้ไปชักชวนคนที่เสพยาบ้า 150 คนให้เลิกเสพไปตลอดชีวิตเลยครับผม”
(เสียงฮือฮาในศาล)….”โอ้ว…ศาลแปลกใจมาก เธอไปทำวิธีไหนล่ะ ถึงเกลี้ยกล่อมคนได้ตั้ง 150 คน”
” เอ่อ กระผมใช้วิธีคล้ายกันนี่แหละครับ” (ชี้ไปที่วงกลมเล็กๆ) “ผมพูดว่า นี่คือขนาดของรูตูดของคุณก่อนที่จะโดนจับเข้าคุก และนี่ขนาดของรูตูดเมื่อเข้าคุกไปแค่วันเดียว”

17
เรื่องเล่าขำขัน [Joke Story] / จะท้องไหมนี่
« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2014, 06:04:58 AM »
  เรื่องมีอยู่ว่ามีผู้หญิงอยู่คนหนึ่งกำลังขับรถจะออกไปต่าง จว. รถดันเสียระหว่างทาง
   และในบริเวณที่รถเสียก็ดันเป็นทะเลทรายซึ่งดูแล้วก็มีบ้านคนอยู่แค่หลังเดียวแถวนั้น
   ผู้หญิงจึงเดินไปที่บ้านหลังนั้นเพื่อขอร้องให้เจ้าของบ้านช่วย
   เจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้ชายมีอายุ อาศัยอยู่กับลูกชายสามคนก็ได้ช่วยซ่อมรถให้
   และก็ได้บอกกับผู้หญิงว่าต้องนอนค้างที่บ้านของเขา
   เพราะรถนั้นจะเสร็จก็พรุ่งนี้
   เจ้าของบ้านให้ผู้หญิงนอนห้องตรงข้ามกับห้องลูกชาย
   และบอกกับผู้หญิงว่า ” ห้ามเข้าไปทำอะไรลูกชายเพราะลูกชายทั้งสามคนของเขานั ้นเอ๋อ..(ไม่เต็มบาท) ”
   ตกดึกผู้หญิงเกิดอาการขึ้นมา จึงเดินไปเข้าห้องลูกชายคนแรก
   และก่อนที่จะมีอะไรกัน ผู้หญิงก็บอกกับผู้ชายว่า
   \”ต้องใส่ถุงยางนะ ถ้าไม่ใส่ฉันจะท้อง\”
   คนแรกจึงทำตาม
   ต่อมาก็เข้าห้องคนที่สองและสามและก็บอกเหมือนกันทั้ง สามคน
   หลังจาก 20 ปี ผ่านไปชายสามคนเริ่มมีอายุมากขึ้นทุกคนก็นั่งกันอยู่ หน้าบ้าน
   คนแรกนึกขึ้นมาได้จึงเอ่ยขึ้นว่า
   “เฮ้..จำผู้หญิงที่เคยมาพักที่บ้านเราเมื่อ 20 ปี ที่แล้วได้ไหม?”
   คนที่สองตอบ
   “อ้อ..จำได้”
   และคนแรก จึงถามอีกว่า
   “นายคิดว่าป่านนี้เขาจะท้องไหม?”
   คนที่สามจึงตอบว่า
   “คงไม่ท้องแล้วมั้ง”
   คนแรกตอบ
   “ถ้างั้นเราก็น่าจะถอดถุงยางออกได้แล้วมั้ง…”

18
ในงานแต่งงานงานหนึ่ง   ในขณะที่ดื่มกินกันไปได้สักพักใหญ่  พิธีกรในงานก็เชิญคู่บ่าวสาวขึ้นเวทีเพื่อกล่าวอะไรเล็กๆน้อยๆ
   เป็นการขอบคุณแขกที่ให้เกียรติมาร่วมงานแต่ง
   เจ้าบ่าวที่เริ่มจะได้ที่ก็ขึ้นกล่าวทันที   ว่ากันเป็นกลอนเลย
   ” วันนี้ดีใจจะได้เมีย
   หลังจากที่ได้เสียกันหลายหน
   วันนี้จะมีเมียเป็นตัวตน
   ขอบใจแขกทุกคนที่มางาน ”
   พอกล่าวจบเท่านั้น   พวกเพื่อนๆเจ้าบ่าวปรบมือกันเกรียวกราว ต่างก็พูดกันขรมว่า  ” มันแน่จริงๆว่ะ…เพื่อนกู ”
   ฝ่ายเจ้าสาวก็รู้สึกอับอายและเสียหน้าเป็นอย่างยิ่ง   จึงกล่าวขอบคุณ
   บรรดาแขกที่มาร่วมงานด้วยเสียงหวานๆน่ารักว่า…” เช่นกันค่ะ ”
   ” วันนี้ดีใจจะได้ผัว
   หลังจากที่เสียตัวมาหลายหน
   ในวันนี้จะมีผัวเป็นตัวตน
   แต่เป็นคนที่เท่าไหร่…ไม่ได้จำ “

19
เศรษฐีคนหนึ่ง มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียว
ครั้นถึงวัยสมควรแต่งงาน แกเป็นห่วงกลัวว่าจะได้เมียไม่ดีมาผลาญสมบัติของตระกูล
จึงประกาศหาคู่ให้ลูกชายผ่านทางคอลัมน์ มาลัยไทยรัฐ
ปรากฎว่ามีหญิงสาวจากทั่วทุกสารทิศสนใจมาสมัคร มากมาย
แต่ละคนแจ่ม แจ่ม ทั้งนั้น ทำเอาลูกชายตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกใคร
ท่านเศรษฐีนำเอาสร้อยแหวน เพชรนิลจินดาราคาแพง และ หัวมัน หนึ่งหัว
มากองไว้ต่อหน้าบรรดาสาว สาว ทั้งหลาย แล้วสั่งให้เลือกหยิบคนละหนึ่งชิ้น
ปรากฏว่าทุกคนล้วนคว้าเอาแต่ข้าวของมีค่า มีเพียงสาวน้อยคนหนึ่งที่หยิบเอาหัวมัน
เศรษฐีเห็นดังนั้นก็พูดกับลูกชายว่า”ลูกเอ๋ย จงเลือกหญิงคนนั้นมาเป็นเมียของเจ้า”
ลูกชายรู้สึกแปลกใจ ถามพ่อเพราะเหตุใด , เศรษฐีจึงสอนลูกชาย ว่า
” ผู้หญิงที่เลือกเอาแก้วแหวน แสดงว่าหลงใหลในทรัพย์สิน ไม่รู้จักทำมาหากิน”
” ส่วนผู้หญิงที่เลือกเอาหัวมันนั้น คือคนที่ขยัน ทำงานไม่เกี่ยง”
ลูกชายได้ฟัง ก็ไม่เถียง พ่อว่าไงก็ว่าตามนั้น
ผมฟังนิทานเรื่องนี้แล้ว รู้สึกซาบซึ้งในคำสอนของท่านเศรษฐี
ทุกวันนี้ผมจึงจำใส่ใจไว้ตลอดว่า ถ้าจะมีเมีย ต้องเลือกผู้หญิงที่
>>>เอามัน ไว้ก่อน . . .

20
เรื่องเล่าขำขัน [Joke Story] / ภรรยาต้องปรับตัว
« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2014, 06:01:17 AM »
คุณสามีเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูงมาก
ส่วนคุณภรรยาก็เป็นแม่บ้านที่ดีมากคนหนึ่ง
เช้าวันหนึ่ง
“คุณพี่ค่ะ มาทานข้าวเช้า ก่อนแล้วค่อยออกไปทำงานนะค่ะ”
ภรรยาเรียกสามีทานข้าวเช้า “ไม่กิน..พี่จะกินน้องงงงงง”
ว่าแล้วสามีก็……. (อะจึ๋ย อะจึ๋ย)  แล้วก็ออกไปทำงาน
ตอนเที่ยงคุณสามีกลับมาบ้าน ภรรยาเห็นเข้าจึงเรียก
“อ้าวคุณพี่ กลับมาบ้านทำไมค่ะ มา มา มาทานข้าวเที่ยงกัน”
ภรรยาเป็นห่วงสามีจึงเรียกทานข้าว
“ไม่กิน..พี่จะกินน้องงงงงง”
ว่าแล้วสามีก็……. (อะจึ๋ย อะจึ๋ย)   แล้วก็ออกไปทำงานอีกครั้ง
ตกตอนเย็น สามีกลับมาบ้าน
พบว่าคุณภรรยากำลังยืนค่อมเตาถ่านอยู่ โดยที่เตาถ่านกำลังแดงระอุอยู่
สามีตกใจมากรีบวิ่งเข้าไปหาและถามว่ากำลังทำอะไรอยู่
คุณภรรยาตอบกลับมาหน้าตายิ้มแย้มว่า
“ก็กำลังอุ่นอาหารเย็นให้พี่ไงคะ!!!“

21
เรื่องเล่าขำขัน [Joke Story] / ลูกขี้สงสัย
« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2014, 05:59:40 AM »
ลูก “ป่าป๊า เมื่อ 3 เดือนก่อน มีคนมาทวงหนี้   ป่าป๊าบอกไม่มีตังค์    เดือนก่อนป่าป๊าก็บอกไม่มีอีก เพราะอะไรครับ”
   พ่อ ” คนเราพูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้นนะลูก ”

   ++++++++++++++++++++++++++++++++

   ลูก  “ป่าป๊า ทำไมบ้านคนอื่นเขาใหญ่   แต่ทำไมบ้านเราถึงเล็ก”
   พ่อ  “เพราะป่าป๊าไม่ค่อยมีตังค์”
   ลูก  “แล้วทำยังไง  เราถึงจะมีบ้านใหญ่ๆ ล่ะครับ”
   พ่อ  “หนูก็ต้องตั้งใจเรียนหนังสือ   พอโตขึ้นก็ทำงานได้เงินเยอะๆ ซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ”
   ลูก  “แล้วทำไมตอนเด็กๆ     ป่าป๊าถึงไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ”

22
สาวมั่นแต่งชุดบิกินีตัวโปรดเพื่อไปว่ายน้ำ     ด้วยความที่เป็นสระเปิดใหม่
สาวเจ้าเลยไม่ทราบว่าเป็นสระสำหรับสุภาพบุรุษเท่านั้น
อารมณ์ที่เห็นน้ำใสน่าแหวกว่าย     เธอก็เลยโดดตูมลงไปในสระ
และว่ายน้ำด้วยความเพลิดเพลิน  แต่พอเจ้าหล่อนจะขึ้นจากน้ำนี่สิ
บิกินีตัวจิ๋วท่อนล่างเกิดอันตรธานหายไปไหนไม่ทราบ     ด้วยความตกใจ
เธอเลยรีบคว้าเอาป้ายที่ตั้งอยู่ข้างสระมาปิดจุดสำคัญ
ที่บัดนี้ไม่มีบิกินีปกปิดอีกต่อไปแล้ว     แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ
ผู้ชายที่อยู่ในบริเวณสระเริ่มเดินเข้ามาหาเธอเป็นกลุ่ม ๆ     เธอประหลาดใจ
มากเลยก้มลงไปมองดูที่ป้าย “ตายแล้ว”     เธอคิดในใจ
ก็ที่ป้ายนั่นเขียนเป็นภาษาอังกฤษตัวโตเลยว่า
” FOR MEN ”
เธอเลยรีบพลิกป้ายกลับไปข้างหนึ่งทันที ปรากฏว่า     ได้ผล
ผู้ชายที่เดินเข้ามาหาเธอ     ต่างแตกกระจาย ออกไปเหมือนผึ้งแตกรัง
คราวนี้เธอเลยก้มดูป้ายอีกที เห็นมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า
” อันตราย ลึก 3 เมตร “

23
   ชายคนหนึ่งรู้สึกเหนื่อยหน่ายต่อการที่ต้องไปทำงานทุกวันในขณะ ที่ภรรยาของ เขาได้อยู่แต่ในบ้าน
   เขาต้องการให้ภรรยารับรู้สิ่งที่เขาเจอะเจอ…จึงได้ อธิษฐานว่า
   ‘โอ้ พระผู้เป็นเจ้า ผมไปทำงานทุกวันๆ ละ 8 ชม ในขณะที่ภรรยาผมได้อยู่บ้านอย่างสุขสบาย ผมต้องการให้หล่อนได้รับรู้ว่าผมต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ขอพระองค์ได้โปรดอนุญาติให้ร่างกายของหล่อนสลับร่างกับของผมสัก วันหนึ่งเถิด เอเมน’

   พระองค์ผู้มีพระปัญญาเป็นเลิศ…ได้อนุมัติตาม ที่ชายคนนั้นมีความประสงค์…
   อย่างแน่นอนที่สุด เช้าวันต่อมา ชายคนนั้นตื่นขึ้นมาในสภาพเป็นผู้หญิง
   เขาลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าให้คู่ชีวิตของเขา
   ปลุกลูก ๆ
   จัดเตรียมชุดนักเรียน
   ป้อน อาหารเช้า
   ห่อ ข้าวกลางวัน
   ขับรถ ไปส่งที่โรงเรียน
   กลับมาบ้าน และจัดเตรียมเสื้อผ้าที่จะส่งซักแห้ง
   จัดส่งไปยัง ร้านซักแห้ง
   ไป ร้านขายของชำ
   ขับรถเอาของชำที่ซื้อมาไปเก็บที่บ้าน
   เขาล้างกล่องใส่อาหารแมว และอาบน้ำสุนัข
   จน กระทั่งเสร็จ…ก็บ่ายโมงแล้ว
   และเขา ต้องรีบจัดเตียง ซักผ้า ดูดฝุ่น กวาด และถูกพื้นห้องครัว
   รีบ บึ่งไปโรงเรียนรับลูก และโต้เถียงกับพวกเขาระหว่างทาง กลับบ้าน
   เตรียมนม และคุ้กกี้ และจัดการให้เด็กๆ ทำการบ้าน
   จากนั้น…ตั้งโต๊ะรีดผ้า และดูทีวีขณะที่กำลังรีดผ้า
   16.30 น เขาเริ่มปอกมันฝรั่ง  และล้างผักเพื่อทำสลัด
   เตรียมเนื้อสัตว์ และถั่วสำหรับอาหารค่ำ
   หลังอาหารค่ำ เขาล้างครัว เปิดเครื่องล้างจาน พับเสื้อผ้า อาบน้ำลูกๆ และส่งพวกเขาเข้านอน
   เขารู้สึก อ่อนเพลีย แต่ถึงกระนั้นงานบ้านประจำวันก็ยังไม่เสร็จ  เขาจึงเข้านอนแล้วก็… (sensor)

   เช้าวันรุ่งขึ้น เขาตื่นขึ้น  และคุกเข่าข้างเตียงในทันที พร้อมกล่าวว่าโอ้พระเจ้า ผมไม่รู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่  ผมเข้าใจผิดมากมาย ที่อิจฉาภรรยาของผมที่หล่อนสามารถอยู่บ้านได้ทั้งวัน
   ได้โปรดเถิด ได้โปรดให้เราได้กลับสู่สภาพเดิมด้วยเถิด เอเมน

   พระองค์ผู้มีพระปัญญาล้ำเลิศกล่าวตอบว่า
   เจ้าลูก ชายเอ๋ย… เรารู้สึกว่าเจ้าได้เรียนรู้บทเรียนของเจ้า และเราก็ยินดีที่จะเปลี่ยนสิ่ง ต่างๆ ให้กลับสู่สภาพเดิม
   แต่อย่างไรก็ตาม… เจ้าจะต้องรอไปอีก 9 เดือน
   เจ้าตั้งครรภ์เมื่อคืนนี้เสียแล้ว…

   ที่มา : forward mail

24
เรื่องเล่าขำขัน [Joke Story] / ทำไมเพิ่งมาบอก
« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2014, 05:55:04 AM »
   เย็น วันหนึ่ง ธีรเดชประกาศข่าวดีเสียงลั่นบ้านด้วยความตื่นเต้น

   “คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ ผมมีข่าวใหญ่มาบอก
   ผม จะแต่งงานกับสาวสวยที่สุดในอำเภอนี้
   เธอ ชื่อโอปอลล์ครับ บ้านอยู่ถัดเราไปนิดเดียว”

   หลังอาหารเย็นผ่านไป พ่อก็ดึงธีรเดชไปคุยกันสองต่อสอง

   “ลูกเอ๋ยพ่อมีเรื่องคุยด้วย พ่อกับแม่แต่งงานกันมาสามสิบปี
   แม่ ของลูกเป็นเมียที่ดี เป็นแม่ศรีเรือนที่ไม่มีอะไรบกพร่อง
   แต่ เสียอย่างเดียว คือ แม่เขาไม่เก่งเรื่องบนเตียง
   พ่อ เลยแอบไปมีอะไรกับผู้หญิงอื่นไว้เยอะ
   ความ จริงน่ะ โอปอลล์เป็นพี่น้องกับลูกเพียงแต่คนละแม่ ลูกคงแต่งงานไม่ได้”

   หัวใจของธีร เดชแหลกสลาย มีอาการซึมเศร้าไปร่วมปี
   กว่าจะทำใจ ได้ และออกไปจีบสาวคนใหม่ ไม่นานนักก็กลับบ้านมาประกาศข่าวดี

   “ผมคุยกับเป้ ยแล้วครับ คุณพ่อคุณแม่ อีกสองเดือนเราจะแต่งงานกัน”

   คุณพ่อดึงเอาตัวธีรเดชไปคุยกันสองต่องสองอีก ครั้ง

   “เป้ยก็เป็นน้องของลูกเหมือนกัน พ่อเสียใจจริงๆ ที่ลูกจะไม่ได้แต่งงาน”

   ธีรเดชหงุด หงิดจนคลั่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจไปฟ้องแม่

   “พ่อทำงี้ได้ไงพ่อเที่ยวไปมีลูกกับผู้หญิงอื่น ทั่วอำเภอ
   แล้วอย่าง นี้เมื่อไรผมถึงจะได้แต่งงาน พอผมไปรักกับสาวคนไหน
   ก็กลาย เป็นว่าจีบน้องสาวคนละแม่เข้าทุกที”

   แม่ของธีรเดชได้ยินแล้วแทน ที่จะโกรธกลับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

   “อย่าไปสนใจที่พ่อพูดเลย ลูกเอ๋ย ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้เป็นพ่อของลูกหรอก”

   555555

25
ชายคนหนึ่งไปพบหมอด้วยปัญหาติดอ่างรุนแรง
   
   หลังจากทำการตรวจเรียบร้อยแล้วหมอก็มานั่งคุยกับคนไข้
   
   หมอ: สาเหตุของการติดอ่างเกิดจากเจ้าน้องชายของคุณยาวเกินไปหกนิ้ว
   
   ซึ่งมันจะไปดึงเส้นเสียงของคุณ ทำให้คุณพูดติดอ่าง
   
   คนไข้: หหหหมอ ลลลลและ ผผผผม จจจจจจจะ
   
   ทททททททำ งงงงงงไง ดดดดดี คคคคครับ ?
   
   หมอ เกาหน้าผาก คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วแนะนำว่า:
   
   ต้องผ่าตัดสิ่งที่ดึงเส้นเสียงออก นั่นก็คือส่วนเกินหกนิ้วของเจ้าน้องชาย
   
   แล้วอาการติดอ่างจะหาย
   
   คนไข้ที่ทุกข์กับการติดอ่าง ก็ตอบว่าปัญหานี้ทำให้เขาต้องอาย ตกงาน
   
   การแก้ไขน่าจะคุ้มค่าอยู่...หมอก็วางแผนผ่าตัด
   
   ทำให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น หกเดือนต่อมาคนไข้ก็กลับมาเช็คเพื่อติดตามผล
   
   คนไข้: หมอครับการผ่าตัดให้ผลดีมากเลยครับ ผมไม่พูดติดอ่างอีก
   
   ผมมีงานทำ และได้ความมั่นใจกลับคืนมาด้วยครับ
   
   แต่ ก็ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง ภรรยาของผมโหยหาชีวิตสมรส
   
   ก่อนที่จะตัดหกนิ้วของเจ้าน้องชายออกไปน่ะครับ
   
   ผมก็เลยอยากถามว่าเป็นไปได้ไหมครับที่จะเอาที่ตัดไปมาต่อใหม่
   
   หมอเกาหน้าผาก คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า:
   
   หหหหมอ มมมมมมไม่ คคคคคคิด วววววว่า
   
   มมมมมัน จจจจจจจะ เปปปปปป็น ปปปปไป ดดดได้
   

26
มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง...อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

   ภรรยาท้องโตไม่สามารถให้ความสุขกับสามีได้

   ...ก็นึกสงสารสามี

   จึงยื่นเงินให้สามี 500 บาท พร้อมบอกว่า
   
   "คุณเอาเงินนี่ไปโรงน้ำชาในอำเภอซะ"

   สามีก็รับเงินแล้วเดินออกบ้านมา

   ระหว่างทางผ่านบ้าน นางศรีเมียนายศักดิ์เพื่อนของภรรยา

   นางศรีเห็นจึง ถามว่า

   "เอ็งจะไปไหนล่ะใกล้เย็นแล้วนะ"

   สามีจึงบอกไปว่า

   "ก็เมียข้าน่ะสิให้เงินมา 500 ให้ไปเที่ยวโรงน้ำชาในอำเภอ
   
   เพราะเมียข้าท้องแก่มากแล้ว"

   นางศรีทำหน้าครุ่นคิด...

   "อืม...500 เหรอ...เอางี้

   ข้าคิดแค่ 200 มาหาความสุขกะข้าแทน"

   ฝ่ายสามีเห็นว่าใกล้บ้านไม่ต้องไปไกลแถมเสียตังแค่ 200
   
   ภรรยาคงดีใจ จึงเดินไปในบ้านนางศรี เพื่อหาความสุข

   ครั้นกลับบ้านมา...ภรรยาเห็นก็ตกใจว่าทำไมกลับไว

   ฝ่ายสามีจึงบอกไปว่า

   "ไม่ได้ไปอำเภอหรอก... ข้าน่ะไปบ้านนังศรีมานังศรีมันเอาแค่ 200 เอง"

   ภรรยาได้ยินดันนั้นก็โมโหหน้าแดงทันที!

   "ชิชะ นังศรี ข้าจะไปตบมัน...."  q*011

   สามีก็ตกใจว่า  q*003 ภรรยาหึงหวง

   ที่ได้กับเพื่อนหรืออย่างไร

   แต่แล้วภรรยาก็พูดขึ้นมาว่า

   "นังศรีนะนังศรี เก็บมาได้ไง 200

   ทีตอนมันท้องข้ายังให้ผัวมันเอาฟรีๆเลย

   ...เป็นเพื่อนกันคิดตังค์ได้ไงฟะ".............................^ ^ (ขำ ๆ นะจ๊ะ)

27
เรื่องเล่าขำขัน [Joke Story] / แตกแบงค์
« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2014, 05:50:39 AM »
ผู้หญิงคนหนึ่งทำกระเป๋าถือหล่นหายในห้างสรรพสินค้า
   โชคดีที่มีเด็กคนนึงเก็บได้ และเขาก็เอามาคืนเธอ
   เมื่อเธอเปิดกระเป๋าออกดูหลังจากได้รับแล้ว เธอก็ต้องแปลกใจ

   "เอ๊ะ... ชั้นจำได้ว่ามีแบงค์ห้าร้อยในกระเป๋าอยู่ใบนึงนี่นา
   ทำไมมันกลายเป็นแบงค์ย่อยหมดเลยล่ะ"

   เด็กรีบตอบอย่างรวดเร็ว
   "คือว่านะคับ ครั้งที่แล้วผมเก็บกระเป๋าตังค์ได้
   เจ้าของเค้าไม่มีแบงค์ย่อย ผมเลยอดรางวัลเลยคับ"

28
บุญฉ่ำวิ่งหน้าตื่นเข้าไปในบาร์บุญขจรในขณะที่เพื่อนๆของเขานั่งดื่มเหล้ากันอยู่เต็ม

บุญฉ่ำ : อ้ายบุญหลงตายแล้วว่ะ

เพื่อน1 : จริงเหรอ มันเป็นอะไรตายวะ เมื่อคืนยังมาดื่มกันที่นี่นี่นา

บุญฉ่ำ :  อ๋อ มันเกิดอุบัติเหตุเมื่อบ่ายแก่ๆวันนี้เอง อ้ายบุญหลงมันขับรถเสยฟุตบาทอยู่แถว
บ้านผมพอดี รถพลิกคว่ำแล้วตัวมันกระเด็นลอยขึ้นไปบนอากาศเลย

เพื่อน2 : โอ้โห เขาคงตกลงมาหัวฟาดพื้นคอหักตายใช่ไหม ?

บุญฉ่ำ : เปล่า เขาไม่ได้ตกลงมาที่พื้นหรอก เขาบังเอิญลอยทะลุหน้าต่างกระจกห้องนอนผมนะซี

เพื่อน 3 : สงสัยเขาคงจะถูกกระจกบาดคอตัดเส้นเลือดใหญ่ขาดใช่ไหม ?

บุญฉ่ำ : เปล่า เขาแค่ขาหักทั้งสองข้างเท่านั้น แต่เขาพยายามจะลุกขึ้นโดยไปเหนี่ยวตู้เสื้อผ้า
ของผม โชคร้ายที่ตู้เสื้อผ้าไม้สักหนักอึ้งดันล้มทับตัวเขากระแทกเข้ากับขอบเตียงนอน

เพื่อน1 : สงสัยเขาคงถูกตู้ทับหัวแบนแน่เลยมั้ง ?

บุญฉ่ำ : ไม่ใช่หรอก เขาแค่ซี่โครงหักไปสี่ซี่เท่านั้น เขายังไม่ตาย เขากระ***กระสนจะลงมา
ชั้นล่าง แต่มันพลาดไปกระแทกราวบันไดรูดตกลงมาถึงพื้นชั้นล่าง เขาถูกลูกกรงบันไดตัวหนึ่ง
เสียบเอา ทะลุท้องพอดี

เพื่อน2 : ซวยจริงๆ เขาคงตายเพราะเลือดออกมากใช่ไหม ?

บุญฉ่ำ : เปล่า เขาไม่ได้ตายเพราะสาเหตุนั้นหรอก

เพื่อน3 : อ้าว แล้วเขาตายเพราะสาเหตุไหนล่ะ ?

บุญฉ่ำ : ผมยิงเขาตายเอง เพราะเขาทำบ้านผมพังยับนะซี

555+

29
เรื่องเล่าขำขัน [Joke Story] / ด.ช.เปาะแป๊ะ 555+
« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2014, 05:47:43 AM »
มีเด็กคนหนึ่งเค้าชื่อว่า ด.ช.เปาะแป๊ะ เป็นคนที่ใสซื่อมากกกก

แล้ววันหนึ่งครูก็ถามเขาว่า "เปาะแป๊ะ ปณิธานของโรงเรียนเรามีว่าอะไร?"

แปะแป๊ะก็ตอบว่า "ไม่รู้คับ คุณครู"

คุณครูก็บอกว่า "วันนี้เธอกลับไปถามครอบครัวเธอมาให้ได้"

เปาะแป๊ะก็รับคำสั่ง

พอกลับถึงบ้าน ด.ช.เปาะแป๊ะก็ถามคุณพ่อว่า "พ่อคับ ปนิธานของโรงเรียนมีว่ายังไง"

พ่อดูข่าวอยู่ก็ตวาดเสียงดังว่า "อย่ามายุ่งน่า"

ด.ช.เปาะแป๊ะก็วิ่งไปถามพี่ชายต่อว่า "พี่คับ ปนิธานโรงเรียนมีว่ายังไง"

พี่อ่านหนังสือลามกเห็นเปาะแป๊ะเดินเข้ามา ก็ตะโกนด้วยความตกใจว่า

"คุณคนลามก!!!"

ด.ช.ก็วิ่งไปถามคุณแม่ต่อด้วยคำถามเดิม

แม่กวาดกองขี้หมาอยู่ไม่ได้สนใจคำถาม แต่บ่นออกมาว่า "ขี้หมากองโต๊โต"

ด.ช.เปาะแป๊ะก็วิ่งไปถามยายต่อด้วยคำถามเดิม

ยายคุยกับเพื่อนอยู่ ไม่อยากถูกรบกวนเลยตวาดว่า

"เรื่องของเอ็ง"

ด.ช.เปาะแป๊ะวิ่งไปถามน้าร้านขายของด้วยคำถามเดิมอีก

น้าคนนั้นโดนต่อราคาอยู่จึงพูดว่า

"เออๆ จะเอายังไงก็เอา"

เด็กชายเปาะแป๊ะเริ่มเเหนื่อยเลยไปเปิดทีวีดูในหัวมีแต่คำถามเดิม

ทีวีเปิดมาเป็นรายการเกมทศกัณฑ์ คุณปัญญาก็ร้องว่า

"ถูกต้องนะคร้าบบบบบ"

....

วันต่อมาครูก็ถามคำถาม ด.ช.เปาะแป๊ะ

ครู : ด.ช.เปาะแป๊ะ ปนิธานของร.ร. มีว่ายังไง

เปาะแป๊ะ : อย่ามายุ่งน่า

ครู : ว่าไงนะ!! นี่เธอเห็นครูเป็นอะไร

เปาะแป๊ะ : คุณคนลามก!!!

ครู : นี่เธอ !!! เธอเห็นโรงเรียนเป็นอะไร

เปาะแป๊ะ : ขี้หมากองโต๊โต

ครู : มากไปแล้วนะ ไป!! ไปหาครูใหญ่ด้วยกันเลย

เปาะแป๊ะ : เรื่องของเอ็ง!!!!!!

ที่ห้องครูใหญ่

ครูใหญ่ : เปาะแป๊ะเธอจะให้ครูไล่ออกจากโรงเรียนไหม

เปาะแป๊ะ : เออๆจะเอายังไงก็เอา

ครูใหญ่ : !!!!! ว่าไงนะ ครูถามอีกทีจะให้ไล่ออกจากโรงเรียนรึเปล่า

เปาะแป๊ะ : ถูกต้องน้าคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

30
อันนี้เห็นว่าขำดีนะครับ   เอามาแบ่งปันกันอ่าน

   อ่านแล้วเข้าใจว่าผู้เขียนคงจะเป็นพระที่อารมณ์ดีมาก เขียนได้ดีเลยส่งมาให้อ่านด้วยกัน

   
   ข้อปฏิบัติในการใส่บาตร

   1. นิมนต์พระ
   หลังจากที่เราเตรียมสำรับกับข้าวเรียบร้อยแล้ว เราก็ยืนรอพระที่จะเดินบิณฑบาตผ่านมา
   การยืนรอพระในขั้นตอนนี้ ควรศึกษาให้ดีเสียก่อนว่า เส้นทางนี้มีพระเดินผ่านหรือไม่
   ไม่ใช่ว่าไปรอบนทางสายเปลี่ยวที่ไม่มีพระเดินผ่าน คงไม่ได้ใส่กันพอดี
   รอซักพัก พอมีพระเดินมาก็นิมนต์ท่าน
   การนิมนต์ ก็ควรใช้คำว่า "นิมนต์ครับ/ค่ะท่าน" แค่นี้พระท่านก็ทราบแล้ว
   ตอนเป็นพระเคยเดินบิณฑบาตที่ตลาดเขมร โยมนิมนต์ด้วยถ้อยคำอันรื่นหูว่า "ท่านเจ้าประคุณเจ้าคะ
   นิมนต์เจ้าค่ะ" (ใช้คำไฮโซมาก)
   มีอีกทีนึงโยมใช้คำว่า "นิมนต์เจ้าค่ะ พระอาจารย์" (เอ่อ โยม อาตมาเพิ่งบวชอาทิตย์เดียว)
   การนิมนต์พระควรนิมนต์ด้วยความสำรวมและใช้เสียงดังพอประมาณ
   โยมบางคนเรียกพระด้วยเสียงอันดัง "นิ โมนน!!" (แง้ ทำไมต้องตะคอกด้วย - -")
   การนิมนต์ควรสังเกตอายุของพระด้วย
   ถ้าอายุน้อยกว่าเราหรือว่าเยอะกว่าไม่มากก็เรียกว่าหลวงพี่ ถ้ามีอายุหน่อยก็เรียกหลวงน้า ถ้าแก่พรรษา
   มากก็เรียกหลวงตา หรือนอกจากนี้ก็อาจจะเรียกหลวงอา หลวงลุง หลวงปู่ฯลฯ แล้วแต่จะลำดับญาติ
   อย่างฉันปีนี้อายุ ๒๓ ปี หน้าตาค่อนข้างเด็ก แต่เคยมีโยมใช้คำว่า "นิมนต์ค่ะ หลวงลุง" ทำเอาเสีย
   self จนอยากสึกออกไปทำ baby face
   โยมบางคนคงเขินอายพระ เนื่องจากไม่ค่อยได้ใส่บาตรเท่าไร เวลาพระเดินมาก็ยื่นมือออกมาทำท่า
   กวักๆ ทำเหมือนพระเป็นรถเมล์
   หลังจากนิมนต์พระ ก็เข้าสู่ขั้นตอนถัดไปคือ

   2. จบ
   อันนี้ไม่ได้หมายความว่าเรื่องจบแล้วนะ
   การจบ หมายถึง การเอามาทูนไว้ที่หัวแล้วอธิษฐาน
   การจบ ควรใช้เวลาอธิษฐานแต่พองาม ไม่ต้องอธิษฐานนานจนเกินไป
   เคยมีโยมนิมนต์ไปรับบาตร ไอเราก็เดินไปเปิดฝาบาตรรอรับ โยมก็จบอยู่ ขอบอกว่านานมากกกกกกก
   นานจนรู้สึกได้ นานจนอดคิดไม่ได้ว่า "โยมขออะไรเราน้า?"

   3. ถอดรองเท้า ยืนด้วยเท้าเปล่า
   จริงๆแล้ว จุดประสงค์ของการถอดรองเท้าคือเป็นการให้ความเคารพพระสงฆ์โดยการไม่ยืนสูงกว่าท่าน
   เพราะเวลาพระสงฆ์บิณฑบาตจะเดินเท้าเปล่า แต่มีญาติโยมบางคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการถอดรองเท้าซึ่ง
   มีหลายประเภทเหมือนกัน เช่น
   บางคนถอดรองเท้าอย่างเรียบร้อยแต่ยืนบนรองเท้า - -" (สูงกว่าเดิมอีก)
   บางคนถอดรองเท้าและยืนบนพื้นจริง แต่ว่าตัวเองยืนบนฟุตบาท พระยืนบนพื้นถนนซะงั้น (หนักกว่าเก่า)
   เคยมีเรื่องเล่าว่า มีโยมคนนึงยืนใส่บาตรพระ พระเห็นว่าโยมใส่รองเท้าเลยแนะนำโยมไปว่า
   พระ : "โยม อาตมาว่าโยมควรถอดรองเท้าใส่บาตรนะ"
   โยมมีสีหน้าตกกะใจ ตอบพระไปว่า
   โยม : เอ่อ จะดีเหรอคะ
   พระ : ไม่เป็นไรหรอกโยม
   โยมก็จัดแจงถอดรองเท้า ยกขึ้นมาพร้อมกับถามพระว่า
   โยม : จะให้ใส่ข้างเดียวหรือว่าสองข้างเลยคะ
   อิบ้า!! ท่านหมายถึงถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร ไม่ใช่ถอดรองเท้าเอามาใส่ในบาตร
   อันนี้เป็นเรื่องที่หลวงน้าท่านนึงเล่าให้ฟังระหว่างฉันเพล (เรื่องขำขันขณะฉันเพล)
   พอถอดรองเท้าเสร็จก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สี่

หน้า: 1 [2] 3 4 5